แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ aupair แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ aupair แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

Expect Perks


สิทธิประโยชน์ที่ออแพร์จะได้รับ

นอกเหนือจากออแพร์จะมีห้องนอนเป็นของตัวเอง  มีอาหารการกินแล้ว  ออแพร์ฝรั่ง และตัวพี่เองมีคำแนะนำสำหรับออแพร์มือใหม่ว่า  


1.สิ่งที่โฮสต์ควร offer ให้แก่เรา  เช่น ในอเมริกา  ออแพร์สามารถขับรถ  ใช้รถของโฮสต์ได้  แต่ถ้าโฮสต์ไม่ให้ขับ  โฮสควรจะพาออแพร์ออกไปเปิดหูเปิดตาบ้าง  หรือขับรถไปส่ง หรือไม่ก็ให้ยืม  บัตร   travel card ฟรี   ที่ยุโรป  ออแพร์ไม่ได้ขับรถเอง  ระบบในยุโรปมีโรงเรียนที่ใกล้กับบ้านมาก  ออแพร์จะเดินไปรับเด็ก หรือนั่งรถไฟใต้ดินไปรับก็ได้  หรือโฮสต์ต้องการให้ออแพร์ไปจ่ายตลาดบ่อยๆ โฮสต์จะมีบัตร travel card ให้ใช้ติดตัว  กรณีอยู่ในเมือง  การคมนาคมสะดวกสบาย  แต่ถ้านอกเมือง  โฮสจะขับรถไปรับไปส่งตามเวลาที่สะดวก  นี่คือสิ่งที่โฮสต์สามารถทำให้ออแพร์  

2.เรื่องที่พักอาศัยตามกฎเลย  ออแพร์ต้องมีห้องนอนเป็นของตัวเอง  แต่ห้องน้ำจะแชร์ร่วมกันกับโฮสต์ก้อได้  ออแพร์ส่วนใหญ่มีห้องนอนและห้องน้ำเป็นของตัวเอง  บางคนอาจมีครัวเพิ่มด้วย  ออแพร์บางคนไม่มีห้องนอนเป็นของตัวเอง (ผิดกฎ) แต่มีผ้าม่านกันเป็นห้อง แต่ก็อยู่ร่วมกันกับโฮสได้อย่างมีความสุข  โฮสต์อาจจะดี  อาจจะแฟร์  ฝรั่งเค้าจะไม่มายุ่มย่ามอะไรกับพื้นที่ส่วนตัวของเรามาก  จะขออนุญาตหรือบอกกล่าวทุกครั้งหากมาทำธุระอะไรบริเวณที่ส่วนตัวของออแพร์  อีกทั้งเด็กลูกๆ ของโฮสต์ไม่ได้รับอนุญาตให้มาเล่นห้องนอนของออแพร์  คือเค้าเคารพความเป็นส่วนตัวมาก  เด็กที่โตแล้วจะรู้เรื่องนี้  ส่วนเด็กเล็กๆ  ผู้ปกครองจะมีวิธีบอกให้เข้าใจ


ภาพถ่ายจากหน้าต่างห้องนอน  ห้องอยู่ชั้นล่างติดถนน 
มีกระจกรอบด้าน ตอนอยู่กับโฮสต์ในฟาร์ม อากาศสดชื่น วิวดี

3.อาหารการกิน  ปกติออแพร์กินร่วมกันกับโฮสต์มื้อเย็น   แต่มื้อเช้าก็กินแบบตัวใครตัวมัน  เพราะแต่ละคนมีหน้าที่การงาน  ไม่มีใครมาร่วมวงกินเหมือนดินเนอร์ตอนเย็น   ฝรั่งจะกินอยู่ง่ายๆ ซื้ออาหารสำเร็จรูป หรือกึ่งสำเร็จเอามาทำกิน  อบ ย่าง ปิ้ง ต้ม  เวฟ ง่ายๆ แต่ก็มีเพียงบางบ้านที่อาจขอให้ออแพร์ทำอาหารให้สัปดาห์ละครั้ง  ออแพร์เปรียบเสมือนสมาชิกในครอบครัว  ดังนั้น  ออแพร์กินร่วมกับโฮสต์ได้หมด  โฮสต์กินอันไหน  ออแพร์ก้อกินอันนั้น  ไม่มีมาหวง  อนุญาตให้กินได้ตามอัชฌาสัย  หรือบ้านไหนนิยมอาหารไทย  ออแพร์ไปจ่ายตลาดก็ซื้อเข้าทำกินกับโฮสต์ได้  บางบ้านโฮสใจดีจ่ายเงินค่าอาหารให้ออแพร์เอาบิลมาเบิกได้


 โฮสบางบ้านชอบกินอาหารไทย  จัดเมนูยอดฮิตผัดไทยให้ซ้าา ...

                      
 ครอบครัวจะกินอาหารแบบพร้อมหน้าพร้อมตา  รวมทั้งออแพร์ด้วย
   


 อร่อยเด็ดเมนูนี้

ไวน์ขาวไร้สารพิษแก้วนี้

                                                     
4.เรื่องการเรียน  ปกติออแพร์จะต้องได้เรียน  ที่อเมริกาออแพร์ต้องได้เรียนภาษาหรืออะไรก็ได้เลือกเรียนตามชอบตามสะดวก   สถานที่เรียนขึ้นอยู่กับออแพร์  แต่ใกล้บ้านสะดวกที่สุด  ออแพร์ในอเมริกาทำงานค่อนหนัก  ดังนั้นสถาบันจึงมีคอร์สเรียนตอนเย็นให้ด้วย  ออแพร์ต้องเรียนให้ครบ 6 หน่วยกิต หรือ 800 ชั่วโมง  เวลาเรียนตกลงกับโฮสเอง  บางเอเจนซี่บังคับเลยว่าออแพร์ต้องลงเรียน  ถ้าไม่เรียนจะไม่ได้เงินค่ามัดจำ  500  USD  คืน ตั๋วขากลับต้องออกเอง  อันนี้เป็นสิทธิ์ที่พึงมีพึงได้ของออแพร์  ในยุโรปออแพร์จะเรียนหรือไม่เรียนก็ได้ (หลายคนไม่เรียน  ทำงานเหนื่อย ที่เรียนไกลบ้าง อะไรบ้าง โฮสไม่ให้เรียนบ้าง)  แต่ไม่มีการหักค่าโครงการคืน  ออแพร์บางคนไม่เรียน  โฮสต์ดีใจ ไม่ต้องจ่ายค่าเรียนให้ออแพร์ ประหยัดค่าใช้จ่ายไป  แต่ออแพร์บางคน  โฮสต์ก้อไม่ให้เรียน  เพราะเห็นว่าเป็น "แค่ออแพร์"  เรียนไปทำไม (จริงๆ ไม่ได้นะ  ต้องเรียกร้องเรียนให้ได้  โฮสทำไม่ถูก  ขี้เหนียว) โฮสและออแพร์ต้องจัดสรรเวลาที่เหมาะสม  ยืดหยุ่น  ออแพร์หาเวลาเรียนโฮสจะต้องปรับตารางบางอย่างให้เหมาะสมกับออแพร์ด้วย  ไม่ใช่ว่าตามกฎได้เรียน  แต่ถึงเวลาจริง  เราต้องถามย้ำก่อนแมชว่าเราได้เรียนหรือไม่  ดังนั้นถ้าเป็นไปได้ก่อนแมชควรขอดูตารางทำงานของเราด้วย  ถามให้ชัด  ถามให้เคลียร์เพื่อประโยชน์กับเราเอง  

*** ถ้าออแพร์ไม่เรียนเอง  หรือโฮสไม่ส่งให้เรียน  เวลาผ่านไปแล้ว  ออแพร์ไม่สามารถเรียกร้องค่าเล่าเรียนเป็นเงินสดได้  ผ่านแล้วผ่านเลย  ดีที่สุด  ออแพร์ต้องใช้สิทธิ์นี่้ให้เป็น  เพื่อเปิดโลกทัศน์  จะได้มีเพื่อนเพิ่มขึ้น  เรียนรู้อะไรใหม่ๆ   



ไข่คน ฝีมือโฮสแม่ทำ มื้อเช้า  ออแพร์ก็กินด้วย



มะกะโรนีร้านอิตาเลียน  ไปกินกับโฮสต์



5.จิปาถะอื่นๆ เช่นค่าโทรศัพท์  ออแพร์ควรออกเอง  แต่บางโฮสใจดี  ช่วยค่าโทรศัพท์ออแพร์ก็มี  โฮสบางคนอาจมีซิมการ์ดให้ออแพร์ใช้ฟรี  ไม่ต้องเสีย   อันนี้ขึ้นอยู่กับความใจดีของโฮส  ไปเรียกร้องไม่ได้   จิปาถะอื่นๆ เช่นบางบ้าน โฮสต์มีทีวี  ตู้เย็น  คอมพิวเตอร์ให้เล่นฟรี   ของพี่โฮสให้ยืมไอโฟนบ้าง  ไอแพดบ้าง  แม็คบุ๊คบ้าง  ให้ยืมหมดไม่ขี้เหนียว 



เมนูอิตาเลียนเค้า  ร้านคนอิตาลีจริงๆ ทีเมือง Søn Norway


พิซซ่านี่ก้ออแพร์กิน  มังสวิรัติหมด
6.ค่าตั๋ว  ค่าวีซ่า  ออแพร์อเมริกาต่างจากยุโรปตรงนี้  ไม่มีเอเจนซี่หรือโฮส  ออกให้ขาไป ค่าตั๋ว หรือค่าปฐมนิเทศน์  หรืออยู่จนจบโครงการถึงได้ค่าตั๋วขากลับ  พร้อมใบประกาศออแพร์กลับมาด้วย  แต่ออแพร์ยุโรป  เป็นผู้ออกค่าตั๋ว  ค่าวีซ่าเองแต่ออแพร์อาจตกลงกับโฮสให้ช่วยวีซ่าหรือออกคนละครึ่งก็ได้  อยู่ที่การตกลงว่าโฮสจะ offer เราหรือเปล่า ถ้าไม่เราต้องออกเอง  โฮสส่วนใหญ่จะเจอคำถามแบบนี้จากออแพร์  รวมทั้งเอเจนซี่ด้วย  ทางเอเจนซี่จะบอกโฮสทางอีเมล์ว่า หน้าที่ของออแพร์ควรจ่ายค่าตั๋วเอง หรือออแพร์ถามเอเจนซี่  เค้าจะเซย์ "โน" ทันที  เค้าไม่อยากให้โฮสจ่ายเยอะ  เนื่องจากเค้าจ่ายค่าธรรมเนียมต่างๆ กับเอเจนซี่แล้ว  

สิทธิประโยชน์ที่ออแพร์ควรได้รับตามที่ออแพร์รับรู้แหละ แต่พิเศษว่าโฮสจะ offer  อะไรให้  ขึ้นอยู่กับความยืดหยุ่นและหน้าที่ทั้งออแพร์และโฮสต์เองใครเป็นออแพร์จะได้ยินคำนี้บ่อยๆ "Flexible" ออแพร์ไทยนิสัยขี้เกรงใจ บางคนถูกเอาเปรียบเพราะความเกรงใจ พี่ไม่ได้ให้ออแพร์เรียกร้องกับโฮสแต่เอามาเป็นแนวปฎิบัติให้เหมาะสม ได้รู้ว่าควรได้รับสิทธิประโยชน์อะไรออแพร์ฝรั่งที่ไม่ได้มาจากประเทศยากจน หรือมาจากญี่ปุ่นจุดประสงค์เพื่อท่องเที่ยวมีประสบการณ์นั่นนี่ แลกเปลี่ยน ฯลฯ ตามวัตถุประสงค์ของออแพร์จะไม่ค่อยถูกเอาเปรียบ  เพราะเข้าใจคำว่าออแพร์อย่างดี ดำเนินชีวิตอย่างเหมาะสมกับที่เป็นออแพร์ และต่อรองเป็นเพราะเค้ารู้ว่าเค้ามาทำอะไร ไม่มีคำว่าเกรงใจ ถ้าพูดก็คือพูดเลยดังนั้นโฮสเองก็ปฎิบัติแตกต่างระหว่างออแพร์เอเชียออแพร์ฝรั่งที่มาจากประเทศยากจน เช่นเปรู  หรือออแพร์จากประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่นออแพร์เยอรมัน  ออแพร์ฝรั่งเศส
ออแพร์ญี่ปุ่น  


ศัพท์ภาษาอังกฤษที่เกี่ยวข้อง
1.Perks  - สิทธิประโยชน์/ผลประโยชน์/สิทธิพิเศษ
2.offer  - เสนอ  นำเสนอ  มอบ 
3.Flexible - ยืดหยุ่น ปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม 


--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------



วันจันทร์ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

Choosing Location City or Country.



สำหรับออแพร์   ตัวช่วยที่จะเลือก  Host family อีกอย่างก็คือ Area หรือพื้นที่  ที่เราจะไปอยู่ด้วย  ออแพร์หลายคนตื่นเต้น  อยากไปเที่ยว  ไปแฮงค์เอาท์  แต่บางคนก็ชอบอยู่กับธรรมชาติ  การเลือกสถานที่ก็มีความสำคัญ  เป็นปัจจัยที่จะเลือกโฮสต์ด้วย  (ไม่แค่ออแพร์ นักเรียนที่ไปนอกก็ควรรู้) 



เปรียบเทียบให้ดูระหว่างเมืองกับนอกเมือง 

City - การคมนาคมสะดวกสบาย ถ้าอยู่ใน Downtown เช่นนิวยอร์ค วอชิงตัน บอสตัน  ชิคาโก เมืองใหญ่ ไม่ต้องพูดถึง Subway, Amtrak แท็กซี่ บัส เมล์ วิ่งกันตลอด อย่างเมืองหลวงออสโลนอร์เวย์ ซื้อตั๋วเดียวไปได้ทั้งโซนที่เค้ากำหนด กว้างมาก ไม่ต้องซื้อเพิ่ม ตั๋วเดียวเที่ยวทั่ว ทั้งรถไฟใต้ดิน รถไฟใหญ่ บัส หรือแม้กระทั่งเรือข้ามฟาก (ตั๋วมีระยะเวลา ขึ้นอยู่กับประเภทตั๋ว) แต่ถ้าออกจากโซนเมืองหรือไกลกว่านั้น ขึ้นลงแต่ละอย่างจ่ายทุกครั้ง  


Country - รถ เรือ มาเป็นเวลา ถ้าเรากลับดึกดื่นตกรถตกรา รอทีเหงือกแห้ง ยิ่งถ้าดึกขอโทษค่ะ รถหมด แท็กซี่เท่านั้น  แท็กซี่นอกเมือง ไม่ใช่อยู่ๆ เดินไปโบกนะ  ที่เมกาต้องโทรจอง ถ้ารู้ว่ากลับไม่ทัน แต่นอร์เวย์ไม่ต้อง  แค่สบตาพี่แท็กซี่ก้อมาแล้ว  พี่เค้ารู้งาน  สตาร์ท 500 บาท  จะไกลจะใกล้ 50 เมตรก็ 500 บาท  ที่นอร์เวย์นะ  นั่งบ่อย  

ส่วนแท็กซี่ที่่สนามบิน  ถ้าเราเดินออกมาสักหน่อย  จะมีคิวแท็กซี่จอดเต็มตามคิวอยู่  เข้าไปเรียกได้ ไปประเทศไหนก็เห็นแท็กซี่เรียกได้เลย  มีแต่ประเทศเรานี่แหละลองไปทะเลอทะล่าเรียกแท็กซี่คันที่หลงเข้ามาในสนามบินสิ  แท็กซี่คันนั้นโดนเละเลย  

*Taxi เมกาเหมือนบ้านเราที่ไหน  ไปกี่คนก็ยัดได้หมด  ที่นี่นั่งตามเบาะ  รวมคนขับนั่งได้แค่ 4 คน  เกินนั้นต้องเรียกแท็กซี่คันใหญ่  มานั่งยัดเยียดเบียดเสียดขี่กันบนตักเหมือนบ้านเราไม่ได้  

** ต้องจ่าย Tip ด้วย ไม่ใช่พอถึงที่สะบัดตูดไป   พี่แกจะตามไม่ลดละเลย  ธรรมเนียมเมกาต้องจ่ายทิป อยู่ที่ประมาณ 10%  ดูดีหน่อยจ่ายไป 15% อย่าว่าแต่แท็กซี่เลย  สากกะเบือเรือรบ  อะไรที่เกี่ยวกับบริการควรให้ทิปเค้า  เช่นตัดผม  ไปพักค้างที่โรงแรม  ไปสั่งอาหารกินที่ร้าน ก็ต้องทิป  จะเป็นร้านจีนร้านเวียดนามก็ควรให้ทิป  

City - ไม่เหงามีผู้คนพลุกพล่าน  ไปไหนก็คน  มีร้านอาหาร  แหล่งช็อปปิ้ง สถานบันเทิง แหล่งเอ็นเตอร์เทนต่างๆ  เพื่อนๆอยู่ในเมืองกันเยอะ  แต่สิ่งแวดล้อมเป็นพิษเยอะกว่า  ผู้คนเร่งรีบขวักไขว่ เฉยเมยมากกว่า  

Country -  หว่าเว้  เหงา  สำหรับคนที่ไม่คุ้นเคย  แต่ปรับตัวสักพักก็ชิน จะรู้สึกว่า โอ้โห บ้านนอกนี่ยอดเยี่ยมนะ  ทั้งสงบ  ธรรมชาติก็สวย  มีเวลาอ่านหนังสือ ทำโน่นนี่นั่น พักผ่อนได้เยอะเลย  ผู้คน  สิ่งแวดล้อมเป็นมิตร  ผู้คนจิตใจดีกัน  เพราะเค้าอยู่กับธรรมชาติมากกว่า 

City - อยู่ในเมือง  ถึงบางที่ตั๋วเดียวเที่ยวได้โลด  อย่าลืมว่าเวลาเราไปในเมือง  อดที่จะไม่เที่ยว ช็อปปิ้งกระหน่ำซัมเมอร์ได้หรือเปล่า  ต่อให้ค่าเดินทางน้อย  แต่ค่ากิน ค่าเที่ยว  สิ่งล่อตาล่อใจเยอะ  เงินจะเหลือมั้ยเนี่ย...  

Country -  เก็บตังค์ได้เยอะกว่า  เพราะเราไม่ได้ไปช็อปตลอด  อยู่บ้านบ้างอะไรบ้าง  มีเวลาอยู่กับตัวเองมากขึ้น  เก็บตังค์ไว้เที่ยวทีเดียว  เวลาเราได้วันหยุดเยอะๆ ไปเลยค่ะ  เอางบนี้ไปเที่ยวเลย 

City - มีแสงสีบันเทิง จัดงานบ่อย  สำหรับคนชอบเที่ยว อันนี้ดีมาก  แต่เหนื่อยหน่อย  ต้องตื่นเช้ามาทำงาน  ยิ่งเป็นออแพร์ต้องเก็บหอมออมแรงกับเด็กอีก

Country - อุ๊ย อย่าว่าคันทรีไม่มีนะคะ  แสงสีเค้าก็จัดตลอดเหมือนกัน  แต่เราต้องอัพเดตข้อมูลข่าวสาร อย่าลืมไปว่าผู้คนก็ชอบเที่ยว  เค้าต้องมีกิจกรรมอะไรบ้างแหล่ะ ตามรัฐ ตามเมืองที่เราอยู่ เราก็ไปแจมประปรายได้  

City - ส่วนใหญ่เดินทางโดยขนส่งต่างๆ ไม่ค่อยได้ออกกะลังกายขี่จักรยาน  บางที่อาจขี่ แต่คนจอแจเหลือเกิน  อากาศก็แย่งกันสูด  

Country - ได้ขี่จักรยาน  สูดอากาศเต็มปอด ไม่ต้องห่วง  มีเลนจักรยานให้ สูดเข้าไปอากาศต่างประเทศ  โอโซนเยอะกว่า

จะอยู่ในเมืองหรือจะอยู่นอกเมืองก็ต้องวางแผนการเดินทางทั้งนั้น  อเมริกาเดินทางสะดวกก็จริงแต่ว่า ต้องตรงเวลา  กางแผนที่ไว้เลย แผนที่รถจะมากี่โมง  จุดนี้รถมาถึงนี้  กี่โมงจะมาถึงเรา  คู่มือรถ รา เรือ เมล์หาได้ตามป้ายรถเมล์  หรือ Tourist Information  ไปหยิบเอามาดูเก็บไว้  ตกรถนี่ต้องรถใหม่อีก เค้าไม่มานั่งรอรถกันเป็นชั่วโมง  เมื่อไหร่รถจะมาว้าา....  ก่อนรถมา 5-10 นาที เค้าจะมานั่งรอกัน  การคมนาคมประเทศที่พัฒนาแล้วสะดวกสบาย  รู้เวลาล่วงหน้าได้  

ที่เมกามีตั๋วเรียกว่า off-peak เสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่าชั่วโมงเร่งด่วน  พี่มีประสบการณ์นั่งรถไฟใหญ่  Amtrak นั่งจาก New York  ไป  Virginia Beach  ไม่ได้จองล่วงหน้า  เสียค่าเดินทางเจ็ดพันบาทเกือบแปดพัน  แต่ถ้าพรุ่งนี้เหลือแค่สี่พันบาท  ก้อไม่คิดจะหาโรงแรมนอนนะ  จะไปให้ได้  รีบจัด ก็ต้องเสียตามนั้น  นี่คือตั๋วในชั่วโมงเร่งด่วนน....วางแผนการเดินทางดีที่สุด  

ถ้าใครมี Student Card  >>> International Student Identity Card - ISIC
เอาไปลดค่าโดยสารได้   เด็ก Work And Travel  บางบริษัทจะทำบัตรนี้ให้  ถ้าเราเป็นคนเดินทางบ่อย  ซื้อบัตรโดยสารรายสัปดาห์  รายเดือน หรือรายปีไปเลยจะถูกมากกว่ารายวัน  

นอกเมืองที่ไม่ใช่ City เค้าก็จะมี Downtown ในตัวเมืองทุกเมืองแหละ  เพียงแต่ไม่เป็นแบบ City  เท่านั้น  เที่ยวซื้อของได้ตลอด มีห้าง มีแหล่งบันเทิงเหมือนกัน ไม่ต้องห่วงตรงนี้  ถ้าไม่ได้ไปอยู่ในแถบภูเขาซะก่อน 


การเลือก Area ก็เป็นโอกาสที่จะเปิดโลก  เปิดประสบการณ์ของแต่ละคนด้วย  แต่ไม่ว่าอย่างงัย จะบ้านนอกแค่ไหน ต่างก็มีความสวยงามในมุมนั้นๆ  หาโอกาสเรียนรู้   เที่ยว ทำความรู้จักในมุมต่างๆ ให้มากที่สุดด....ถึงเรียกว่าประสบการณ์  


คำศัพท์  

Amtrak - รถไฟใหญ่  รถไฟที่วิ่งทั่วไปเหมือนรถไฟที่อยู่ในหัวลำโพงเมืองไทยนั่นแหละ  ถ้าเรียกรถไฟเฉยๆ คนอาจเข้าใจได้ว่าเป็น รถไฟใต้ดิน 

railway -  ไปเจอคำนี้รู้เรยว่าเกี่ยวกับรถไฟแน่ๆ 

Subway - รถไฟใต้ดิน  จะเรียก Metro ก็ได้   แต่ป้ายเขียนให้เห็นๆ เลยว่า Subway (รถไฟใต้ดิน  ไม่ใช่ร้านอาหาร) 

Greyhound - เป็นศัพท์ที่เรียกรถบัส  ถ้าเราพูดคำนี้คนเข้าใจมากกว่าคำว่าบัส  ถ้าเราเดินทางไปต่างเมืองโดยรถบัส  ต้องใช้คำนี้ เกรย์ฮาวนด์  เป็นบริษัทรถที่มีขนาดใหญ่  ให้บริการเกือบทุกรัฐในอเมริกา ป๊อบปูลาร์มาก (เป็นชื่อบริษัทรถบัสนะ  ไม่ได้แต่แปลว่าบัส)

Intercity Bus - บัสระหว่างเมือง  จะไปกับบริษัทไหนไม่มีปัญหา  ใช้เรียกรถบัสที่เราจะไปยังต่างเมือง  

นอกจากนี้ยังมีศัพท์แท็กซี่อีก  เมกาเค้าเรียกแท็กซี่ว่าแท็กซี่แหละ  แต่อีกคำคือ "cab" ก็คือ Taxi บางทีเค้าไม่พูดอย่างเรา  เค้าพูดแค่  แค้ป - cab เท่านั้น  

เวลาเราโบกแท็กซี่  ไม่ใช่เอามือเข้าไปกวักๆ เรียก หรือโบกเหมือนที่เราโบกในไทย  แต่ให้ใช้หัวแม่มือชี้ตั้งขึ้น เหมือนกับชมว่ายอดเยี่ยม  เวลาเรียกรถ  เรียกรา  โบกรถฟรี  ทำสัญลักษณ์มือแบบนี้  เรียกว่า hailing


--------------------------------------------------------------------------------------------

ศัพท์เมืองกับนอกเมือง

บ้านนอก  นอกเมือง  ชนบท  ชานเมือง เราจะเจอคำเหล่านี้  -  countryside Country, Rural, Suburb

ในเมือง ตัวเมือง เมืองใหญ่  -   Urban, City, Downtown, 



จบเรื่องเมืองกับชนบท  หวังว่าคงความรู้ให้น้องๆ ได้เลือกนะคะ  


*** ขอบคุณภาพประกอบจากน้องๆ และเพื่อนๆ ที่เคยร่วมชะตากรรมเดียวกัน