แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Au pair America and Europe แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Au pair America and Europe แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

เรื่องที่ควรรู้/แพ็กกระเป๋าไปเมกา/ packing tips to U.S.A.



เวลาเดินทางมาโซนอเมริกา โซนยุโรป จัดกระเป๋าต้องรัดกุมหน่อย บางคนโดนแจ็กพ็อตสุ่มตรวจ โดนมาแร้ว เรื่องนึงที่ควรรู้ไว้

1.การเดินทางเข้าเมกาไม่จำเป็นต้องล็อกกระเป๋า สำหรับกระเป๋าที่โหลดใต้เครื่อง (ไม่อนุญาตให้ล็อก) ถ้ากระเป๋าใบไหนเค้าสงสัยหรือสแกนแล้วเจอวัตถุบางอย่าง เพราะถูกสุ่มตรวจขึ้นมาเค้าตัดกุญแจเราออก แหก แงะ กรีด ควรซื้อที่ล็อกแบบ TSA (Transportation Security Administration) ตม.เค้ามี Master Key เปิดกระเป๋าล็อก TSA Approved ได้ทุกใบ

 you must use cases fitted with TSA-approved locks***

กระเป๋าเดินโหลดใต้เครื่องไม่ต้องล็อก  แต่กระเป๋าถือควรล็อกให้เรียบร้อย กระเป๋าที่แบกไปกะเราอ่ะ 




2.ของขวัญเอาไปฝากใครอย่าห่อผูกโบว์ Do not put wrapped gifts in checked luggage  เค้าตรวจเจอ แกะอย่างเดียว เวลาซื้อของกลับมาอย่าซื้อของเหมือนกันเยอะ ส่วนใหญ่นักเรียนไม่ค่อยโดนตรวจเท่าไหร่ที่เห็น  

3.กระเป๋าที่จัดไม่เปนระเบียบ หรือยัดๆ อย่างเดียว เครื่องสแกนทำงานลำบาก อาจถูกตรวจได้ (โดนมาแล้ว)

4.เนื้อหมู ส่วนประกอบเนื้อหมู เช่นมาม่าหมูสับต้มยำ โจ๊กหมู อะไรเกี่ยวกับหมูโดนหมด ขนาดหมูหยองเจยังโดน แต่บางคนก้อรอด ห่อมาดี ฉลากไม่มีรูปหน้าหมู และก้อพวกผักผลไม้

เป็นความรู้ไว้ เวลาเดินทางเข้าเมกา เรื่องลิขสิทธิ์ก้อเหมือนกัน โน้ตบุ๊คเพื่อนๆ จะไม่ใช้ตามที่สาธารณะ กลัวถูกตรวจจับ เช่น ห้องสมุด  สนามบิน  เพราะวินโดว์ไม่แท้  (ระวังไว้  บางคนโดน  แต่ก้อเกิดไม่บ่อย) อีกวิธีหนึ่งอย่าอัพเดตวินโดว์   บางคนใช้แต่ใช้ในที่พักโอเคร   ดีที่สุด  ซื้อของจริงใช้ไปเลย  สบายใจกว่า  ส่วนโซนยุโรป ของก๊อป ห้ามเด็ดขาด ถ้าไม่จำเป็นอย่าเอาเข้ามา เรื่องลิขสิทธิ์ที่นี่แรงมาก มาซื้อที่นี่ดีกว่า ถูกกว่า


กระเป๋าพี่ไม่ได้ล็อก จำรหัสไม่ได้ ไม่กลัวของหาย ของจำเป็น ของมีค่ายัดใส่กระเป๋าติดตัว ของใช้ใส่กระเป๋าใหญ่ โดนเปิดแผ่อ้าหรา อายมาก ไม่ได้จัดกระเป๋า ยัดอย่างเดียว ตม.เห็นหมด แต่เพื่อความสะดวกให้เค้าเผื่อเปิดตรวจ เรื่องของหายไม่ต้องห่วง ไม่มี
บางยี่ห้อเค้าก็ทำกระเป๋าแบบใส่รหัส มีรูกุญแจ TSA ค่ะ เจ้าหน้าที่มีกุญแจก็ใช้ได้เลยไม่ต้องพังกระเป๋า (ของเพื่อนผู้ชาย)



ส่วนของที่จัดไป  เอาเฉพาะที่จำเป็น  เรื่องปากท้องไม่ต้องเป็นห่วงมาก  บางคนเอาของกินไปเยอะทั้งหนักและน้ำหนักเกิน  ชั่งจากบ้านตรงเป๊ะ  ไปสนามบิน อ้าวน้ำหนักเกิน   เครื่องปรุง ซอส ข้าวสารอาหารแห้ง มีหมดค่ะ ในร้านเอเชีย เช่น ร้านไทย ร้านจีน  ราคาก้อไม่แพงมาก  ปลาร้ายังมี  ปลาร้าสารพัด แบบครีม แบบน้ำ แบบขวดที่เค้าทำส่งออกเฉพาะ  ไม่มีขายในไทย รสชาติอร่อยทีเดียว  

เสื้อผ้า  เอาเฉพาะที่เราใส่  ให้เหมาะกับฤดู  หน้าหนาวอย่าลืม ลองจอน กับแล็กกิ้ง  ถุงมือ ถุงเท้า ผ้าพันคอ เสื้อโค้ท ช่วยได้เยอะ  ต่างประเทศ  ช่วงเซลล์นี่กระหน่ำเซลสุดๆ  ไม่ต้องขนมาเยอะ เอาแค่สำคัญๆ เช่น ชุดชั้นใน  ซื้อที่นี่ได้ไม่ตรงไซส์  ไม่ถูกใจเราด้วย  

ของจำเป็นอื่นๆ มือถือ โน้ตบุ๊ค แผ่นโปรแกรมสำรอง  เห็นหลายคนซื้อมือถือใหม่ที่นี่  เอาแบบโทรเข้าโทรออก รับส่งข้อความ  มือถือที่ไทยบางรุ่นใช้ซิมที่เมกาไม่ได้ คนละคลื่นกัน   ถ้ามาอยู่นานก้อซื้อแบบติดคอนแท็คที่นี่ได้  ราคาถูกตอนซื้อแต่จ่ายรายเดือน  ส่วนใหญ่คอนแท็กประมาณ 2 ปี 

ของจำเป็นอื่นๆ พวกยา สำหรับคนมีโรคประจำตัว  อย่างพี่พกแค่พาราแผงหนึ่ง  และก้อยาดม ยาหม่อง พลาสเตอร์  แค่นั้น 


ของเหลว อยากใช้บนเครื่อง  เวลาบินนานๆ แล้วปากเหม็น อยากล้างหน้าแปรงฟัน ทำธุระส่วนตัว  ให้แพ็คยาสีฟัน ครีม โฟมล้างหน้า แบ่งบรรจุแพ็คของเหลวไม่เกิน 100 ซีซี ในถุงซิป หรือจะซื้อแบบมินิสำหรับเดินทางก้อได้  ซื้อได้ตามซุปเปอร์มาเก็ตทั่วไป  


อ้อ ถึงเวลาเช็คอิน  อย่า Late เด็ดขาด เคาท์เตอร์สนามบินปิดเปิดเป็นเวลา  บางทีเราขึ้นเครื่องได้ แต่ควรเห็นใจ พนักงาน  เจ้าหน้าที่ และเพื่อนร่วมทางกับเรา ต้องมาคอย เสียเวลา  เพราะแต่ละคนมีธุระสำคัญทั้งนั้น  ไม่ใช่แค่เรา ที่สำคัญอย่าหวังว่าสายการบินจะรอเราเสมอไป  


ทิปการแพ็คกระเป๋าเข้าเมกา  เช็คได้จากเว็บนี้เลย  
http://www.tsa.gov/traveler-information/packing-tip


ส่วนลิงค์ข้างล่าง  เอามาฝากสำหรับคนที่ไม่คุ้นเคยกับการเดินทางโดยเครื่องบิน โดยเฉพาะไฟท์ต่างประเทศ เว็บนี้เค้าทำอ่านง่ายสบายตา  เข้าใจง่าย 

ขั้นตอนการขึ้นเครื่องบินไปต่างประเทศ 
http://www.emagtravel.com/archive/inter-boarding.html






วันอังคารที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2558

Au Pair Sample Family Letter ตัวอย่างจดหมายถึงโฮสต์แฟมิลี่



Au Pair Sample Family Letter Guidelines

เพื่อนบ้านตัวน้อย  

แนวทางการเขียนจดหมายถึงโฮสต์แฟมิลี่ เคยนำเสนอไปแล้ว เพื่อให้เกิดความประทับใจ  มีเพิ่มคือ 

(ตัวอย่างจดหมายอยู่ข้างล่าง) 

คลิกที่ภาพขยายขนาด  



1.ตรวจคำสะกดให้ถูกต้อง เขียนตกหล่นทำให้ภาษาอังกฤษดูแย่ไปเลย

2.เหตุผลที่ต่างชาติต้องการออแพร์ คือ เป็นครอบครัวที่ทำงาน ยุ่ง ต้องการให้ใครสักคนมาช่วยดูแลลูก เช่น ไปรับไปส่ง อยู่กับเด็กจนกว่าพ่อแม่จะกลับบ้าน อยู่เป็นเพื่อนเด็กเวลาพ่อแม่ไม่อยู่บ้าน หรือคาดหวังให้ช่วยงานบ้านเล็กน้อย แฮปปี้ที่จะทำงานบ้านเบาๆ ออแพร์ต่างประเทศค่าจ้างถูกกว่าแนนนี่ในประเทศนั้นๆ เยอะ ดังนั้นเราต้องใส่ทัศนคติดีเชิงบวกเกี่ยวกับการดูแลเด็กลงไป

3.จากข้อ 2 สำคัญสำหรับออแพร์มาก ความรับผิดชอบที่ออแพร์ควรมีต่อเด็ก เทคแคร์ มีความสัมพันธ์ที่ดีกับเด็ก รักเด็ก อยากทำงาน อยากอยู่กับเด็ก เห็นจดหมายทุกฉบับที่ออแพร์เขียนถึงโฮสต์ ทุกคนจะเขียนเหมือนกันคำหนึ่ง ประโยคฮิต คือ  “รักเด็กค่ะ” I am happy to take children ,I enjoy working with children บลาๆ ว่าไป

4.เวลาเราเขียนจดหมาย ให้ขึ้นต้นด้วย “Dear family” เท่านั้น เขียนประวัติตัวเอง อาชีพ พ่อแม่ การศึกษา มีพี่น้องกี่คน สถานที่ๆ เราอาศัยอยู่ โรงเรียนที่เราเรียนจบ ประสบการณ์เกี่ยวกับเด็ก ความสามารถอื่นเช่น ทำอาหาร ขับรถ ทำงานบ้านเป็น งานอดิเรก สิ่งที่เราสนใจ บุคลิกภาพตัวเอง ความเป็นตัวเอง (จำไว้ว่าต้องเขียนในเชิงบวก เขียนให้ตัวเองดูดีไว้ก่อน ว่างั้นเหอะ)

คลิกที่ภาพขยายขนาด  

5.ถ้าเราเคยมีประสบการณ์กับเด็กอ่อน เบบี๋ เขียนลงไปด้วย ตรงนี้สำคัญมาก หลายครอบครัวมีเด็กอ่อน อยากได้ออแพร์มาช่วย เป็นคุณสมบัติที่โฮสพิจารณา

6.จดหมายควรยาวแค่หน้าเดียว เขียนเหมือนเรียงความ คำนำ ย่อหน้า สรุป อย่าเวิ่นเว้อยาวเกินไป 

Au Pair Sample Family Letter
กรุณาอย่าก๊อปปี้ เขียนในสิ่งที่เป็นตัวของตัวเองลงไป  แบล็กกราวนด์แต่ ความสามารถ ความชอบ ความรับผิดชอบ ความสนใจ ต่างกัน ตัวอย่างจดหมายนี้เป็นเพียงแนวทางเท่านั้น 

Please don't copy this letter; use it to help you write your own to the family.


จดหมายถึง Host Family  คลิกที่นี่

วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

Different between Work and Travel and Aupair


ความแตกต่างระหว่าง  work and travel กับ Au pair 

work and travel ต่างจากออแพร์ ตรงที่การกลับเข้าร่วมโครงการอีกครั้ง กลับมาอีก 2 ครั้งยังได้ ไม่มีกฎห้าม

การทำงานของ work and travel ห้ามเป็นคนสวน พี่เลี้ยงเด็ก ทำงานตามบ้าน แต่ทำกับบริษัท ร้านค้า องค์กร โรงแรมได้หมด

ส่วนออแพร์ ต้องมีนายจ้างเดียว ทำกะโฮสห้ามทำกะนายจ้างอื่น และกลับมาเป็นออแพร์อเมริกาอีกครั้ง ไม่ได้ ออแพร์อเมริกาเป็นได้ครั้งเดียว แถมติดกฎ 2 ปีอีก (ไม่เคยได้ยินว่าออแพร์เมกาเป็นได้แล้วเป็นอีก ไม่เคยเห็นตัวอย่าง)




Visa Questions and Answers.


ถามตอบ 5 ข้อ เกี่ยวกับวีซ่าอเมริกา

โครงการแลกเปลี่ยนเช่นออแพร์ เวริ์ค เทรนนิ่ง ฯลฯ ใช้ได้หมด

1.ได้รับวีซ่าแล้วควรออกเดินทางเมื่อไหร่
ตอบ วีซ่าจะออกให้เมื่อไหร่ก็ตาม เราสามารถเดินทางได้ล่วงหน้า 30 วัน ก่อนวันเริ่มต้นโปรแกรมที่ระบุไว้ใน ฟอร์ม DS-2019

2.ระบบ ระบบ SEVIS (ซีวิส) คืออะไร
ตอบ  ย่อมาจาก  Student and Exchange Visitor Information System (SEVIS) เป็นระบบฐานข้อมูลแบบออนไลน์ นักศึกษาผู้เข้าร่วมโครงการฯ ค่าธรรมเนียมดังกล่าวจะต้องชำระก่อนที่จะสัมภาษณ์วีซ่า

3.กฏ 2 ปีคืออะไร คนที่มาอเมริกาแล้วจะรู้จักตัวนี้อย่างดี 
ตอบ ตามกฎสำหรับผู้มาแลกเปลี่ยนต้องกลับประเทศและพำนักบ้านเกิดตัวเองเป็นเวลา 2 ปี ก่อนที่จะไปอเมริกาได้อีกครั้ง

4.อยากเปลี่ยนสถานะวีซ่าจาก J-1 เป็นสถานะวีซ่าอื่นทำยังไง ตอนอยู่อเมริกา
ตอบ ต้องดูว่าวีซ่าที่เราจะเปลี่ยนนั้น ติดเงื่อนไขของกฎ 2 ปี หรือเปล่า สถานทูตจะพิจารณาหลายอย่างว่าเปลี่ยนได้หรือไม่ แต่ถ้ามีเงินโชว์พอ หรือเครื่องแสดงสถานะที่มั่นคง อาจได้รับการยกเว้น

5.กฎ 2 ปียกเว้นได้มั้ย
ตอบ บางกรณี เช่นเปลี่ยนเป็นวีซ่าท่องเที่ยว วีซ่านักเรียน วีซ่าถาวร ขึ้นอยู่กับสำนักวีซ่าของกระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้ตัดสินใจ

*** วีซ่าเปลี่ยนสถานะได้แต่ไม่แนะนำ
*** ออแพร์แต่งงานได้ แต่ผิดสถานะของการเป็นออแพร์ (อย่าว่าแต่อเมริกาเลย ประเทศที่เค้าเข้มงวดก็ประมาณนี้เหมือนกัน)


ขอบคุณภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต 







J-1 Visa and DS - 2019



ว่าด้วยเรื่อง J-1 Visa 

วีซ่าตัวสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าประเทศอเมริกา เป็นวีซ่าสำหรับนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยน Exchange Program เช่น โครงการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม AFS, Au pair, work and travel, Work and study, Internship

วีซ่านี้มีกฏสำคัญที่สุดคือ
"อเมริกาคาดหวังว่าผู้ที่ไปวีซ่านี้ ต้องเดินทางกลับประเทศทันทีหลังจากที่จบโครงการ"

หัวใจสำคัญของการขอวีซ่าเข้าประเทศอเมริกา เค้าจะถามว่า คุณจะกลับมาป่ะ... ต้องตอบว่ากลับ อย่าตอบว่าไม่กลับหรือชั้นจะอยู่ต่อ เปลี่ยนสถานะเป็นวีซ่านักเรียน เพราะจะโดนแบน โดนเบรกวีซ่าทันที

J-1 คือ วีซ่าสำหรับผู้มีสปอนเซอร์ จากโครงการใดโครงการหนึ่ง (สปอนเซอร์ของออแพร์คือ ชื่อเอเจนซี่ในต่างประเทศที่เราสังกัด และดีลกับเอเจนซี่ไทย) ต้องเดินทางกลับบ้านเกิดหลังจบโครงการ
*** ระยะเวลาการอยู่ในสหรัฐอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ขึ้นอยู่กับ I20/DS-2019
*** ใบ I20/DS-2019 จะถูกเย็บติดกับพลาสปอร์ตด้านหลัง แผ่นยาวๆ

ภาพตัวอย่างประกอบ ตรงหมายเลขพลาสปอร์ต ต้องมีเลขนะ...อันนี้ตัวอย่างเค้าทำไว้ขำๆ แต่หน้าตาเป็นแบบนี้แหละ อ้อลืม... ภาพถ่ายต้องเห็นหู...จำไว้เห็นหู...


ขอบคุณภาพจาก
 www.frenchdistrict.com/






การขอ DS 2019 เป็นเอกสารที่ทรงพลังมาก 

*** ระยะเวลาการอยู่ในสหรัฐอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ขึ้นอยู่กับ I20/DS-2019
*** ต่อให้วีซ่าเราหมดอายุ แต่เราอยู่ต่อได้โดยไม่ผิดกฎหมาย อยู่ในสถานะนักเรียนได้ ถ้า I20/DS-2019 หมดอายุ ต้องออกนอกประเทศทันที

DS 2019 

คือ เอกสารที่ออกโดยสถานศึกษาที่ตอบรับให้นักเรียนเข้าศึกษา หรือ
ได้รับอนุญาตให้อยู่ในสหรัฐฯ ตลอดระยะเวลาที่ศึกษาตามหลักสูตร (หรือตามระยะเวลาโครงการแลกเปลี่ยน)

***สำคัญมาก เมื่อได้รับแล้ว ต้องถ่ายเอกสารไว้ ถ้าเอกสารหายโดยเฉพาะตัวนี้ มันยุ่งยากมาก ปวดหัวเลยแหละ



ขอบคุณภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต ตัวอย่าง DS 2019






Au pair is not "cleaning woman" ออแพร์ไม่ใช่แม่บ้าน


ว่าด้วยเรื่องออแพร์ต่อ "ออแพร์ไม่ใช่ cleaning woman"

เรื่องงานบ้าน - ออแพร์ในอเมริกาไม่ต้องทำงานบ้าน แต่ออแพร์ในยุโรปทำงานบ้านเบาๆ ต่างกันตรงนี้.... แต่สิ่งสำคัญออแพร์ไม่ได้เกิดมาเพื่้อเป็นพนักงานทำความสะอาด แม่บ้าน หรือคนใช้ อันนี้ต้องเคลียร์ โฮสแฟมิลี่หลายคนไม่เคลียร์เรื่องนี้ ให้ออแพร์ทำโน่นนี่นั่นเยอะเกินหน้าที่ ส่วนออแพร์เองก็ไม่เคลียร์ คิดว่าช่วยนิดหน่อยก้อช่วยไป ไม่หนัก แต่บ่อยเกินไป เริ่มและ ออแพร์เริ่มอึดอัด และโฮสก้อใช้งานออแพร์มากขึ้น

เพราะอะไร----- เพราะเค้าเห็นว่าเราไม่ว่าอะไร ไม่พูดอะไร เค้าเลยไหว้วานใช้เราบ่อยๆ
หน้าที่ของออแพร์ควรจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเด็กโดยตรง งานหลักต้องเป็นงานเลี้ยงเด็ก ไม่ใช่มาทำงานบ้าน

ชัดๆ เคลียร์ๆ 

- ออแพร์ไม่ได้เป็นแม่บ้าน
- ออแพร์ไม่จำเป็นต้องทำทุกสิ่งทุกอย่างในบ้าน แต่ทำงานที่เกี่ยวข้องกับเด็กโดยตรง
- รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ จะแตกต่างกันตามแต่ละครอบครัว แต่เหมือนกันคือดูแลเด็ก

ถ้าออแพร์ต้องทำความสะอาด ตัวอย่าง 

- ทำความสะอาดตอนเด็กกินอาหารเสร็จ ทำความสะอาด ภาชนะ โต๊ะ เก้าอี้ ครัว
- ทำความสะอาดห้องน้ำ ห้องนอน ของเด็ก

หรือบางอย่างเป็นงานบ้านที่ออแพร์ทำได้ เช่น 
- หลังอาหารเย็น กินข้าวร่วมกันกับโฮส ปกติทุกคนช่วยกันคนละไม้คนละมือ ออแพร์ทำความสะอาดโต๊ะอาหาร เอาจานชามโหลดเข้าไปในเครื่องล้างจาน เล็กๆ น้อยๆ ออแพร์ทำได้ เป็นสิ่งที่สมาชิกช่วยเหลือกันในบ้าน ไม่จัดว่าเป็นหน้าที่หรืองานของออแพร์
- หรือทำความสะอาดห้องนอนที่อยู่ของเรา หรือใช้ครัวร่วมกันกับโฮส ก็ต้องทำความสะอาดที่อยู่ที่อาศัย

แต่ถ้าโฮสใช้งานมากเกินไป ควรจะพูดกับโฮสทำความเข้าใจ ตกลงกันใหม่ พูดคุยทั้งโฮสแด๊ด โฮสมัม ว่างานของออแพร์มีอะไร ต้องทำอะไร อันไหนทำไหว อันไหนทำไม่ไหว อยากให้โฮสช่วยอะไร ตรงนี้คุยได้ ถ้าไม่คุย เค้าก้อจะใช้เราเรื่อยๆ หัวปรักหัวปรำ

*** นิสัยของฝรั่งเลย ถ้าเราพูดชัดเจน เคลียร์ ตรงไปตรงมา เค้าจะฟังเรา แต่ถ้าอึกอักๆ ไม่แน่ใจ เกรงใจ เค้าจะขอให้เราทำโน่นนี่ ตัวโฮสเองเค้าก้อจะไม่เคลียร์เพราะเราเซย์ เยส ตลอด
ถ้าเป็นออแพร์อเมริกา ปรึกษาแอล หรือที่ counseling office แต่ยุโรปนี่ต้องปรึกษาตัวเอง หรือไม่ก็เพื่อน เพราะไม่มีที่ปรึกษาเหมือนฝั่งอเมริกา
อีกตัวเลือกนึง ถ้ารู้สึกว่าถูกเอาเปรียบเกินไป วิธีสุดท้ายคือ changing host families เปลี่ยนบ้าน เปลี่ยนครอบครัวใหม่ไปเลย หรือที่เรียกว่า 

"รีแมช"


ขอบคุณภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต






ออแพร์ขำๆ ไม่ซีเรียส



คุณเป็นออแพร์ประเภทไหน มี 5 แบบ




ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ต


1.คุณเป็นออแพร์ที่เซนซิทีฟ - คาดหวังไว้อย่างดีก่อนมาว่าจะได้รับประสบการณ์ดีๆ แต่พอมาแล้วเผชิญกับความจริงแต่ละอย่างน่าผิดหวัง โหดร้าย เจอโฮสแย่ เจอเด็กโคตรซน เจอโฮสตามใจลูก เจอบลาๆๆ ทำไงละ ร้องไห้ โฮมซิคคิดถึงบ้าน ไม่เอนจอยกับสิ่งใดๆ สุดท้ายรีแมช ดีไม่ดีโฮสรีแมชก่อนเอง

2.คุณเป็นออแพร์ที่สปอยล์ - ถูกตามใจมาก่อน ทำไมล่ะ ก็ชั้นไม่เคยทำงานบ้านนิ ชั้นไม่เคยทำความสะอาดจานชาม โอ้ววว ชีวิตชั้นออกจะเริ่ดด แต่สุดท้ายคุณก็จะเรียนรู้เองว่า ออแพร์ไม่ได้เป็นอย่างที่คิด อย่างที่รีวิวในกระทู้ เหนื่อยนะคะ เหนื่อย ชีวิตจริงค่ะ

3.คุณเป็นออแพร์ที่ขี้โกรธ และเข้มงวด - อารมณ์เสียประจำเมื่อโฮสไม่เป็นอย่างที่คาดไว้ อยากตะโกนว่า "เด็กฝรั่งน่ะถูกตามใจมากเกินไปนะ" แต่ก็ได้แต่เก็บไว้ในใจ อดทนต่อไป "เด็กประเทศชั้นไม่มีพฤติกรรมแบบนี้น่ะ"

4.คุณเป็นออแพร์ที่ขี้หลงขี้ลืม - ลืมนั่นลืมนี่บ่อยๆ แต่ไม่ลืม เงิน เงินเดือนน่ะ... ทำไมต้องให้ทวงบ่อยๆ แต่เค้าบอกว่าออแพร์ในข้อนี้ เป็นออแพร์ที่ nice เลยแหละ

5.คุณเป็นออแพร์เพอร์เฟ็ค - ที่สุดละ เป็นนางงามรักเด็ก เด็กรัก อยู่กับเด็กง่ายถึงจะดื้อก็เหอะ สอนเด็กได้ มีประสบการณ์มากมายเกี่ยวกับเด็ก ขนาดโฮสพ่อยังต้องฟังคุณ

จริงไม่จริงไม่รู้ เอามาลงขำๆ ให้อ่าน จากนิยายออแพร์อเมริกา 5 บุคลิก ...แต่ยืนยันนะ เด็กฝรั่งบทจะน่ารักก็น่ารัก บทจะดราม่าสุดๆๆ


                                   
http://relokate.eu/day-life-au-pair

วันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

Au pair America and Europe



Au pair Part 4 :   วันนี้สรุปความแตกต่างระหว่างออแพร์อเมริกากับยุโรป ไว้เป็นแนวทางในการตัดสินใจ สำหรับน้องๆ ที่สนใจอยากเพิ่มเติมภาษาอังกฤษจริงๆ หรือคนที่ไม่เคยเป็นออแพร์มาก่อน แนะนำให้ไปอเมริกาค่ะ จบโครงการแล้วมาต่อที่ยุโรปได้ ส่วนยุโรปเค้าจะพูดภาษาอังกฤษในสไตล์เค้า ถ้าอยากได้ภาษาแนะนำเจ้าของภาษาดีที่สุดค่ะ
*** ข้อมูลฝั่งยุโรปไม่ได้จำแนกไว้เป็นประเทศ น้องๆ สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับประเทศที่เลือกไปได้จากอินเตอร์เน็ต ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเงื่อน
ของแต่ละประเทศค่ะ

                                                           คลิกที่ภาพเพื่อขยาย



Au pair Part 5 : สรุปความแตกต่างระหว่างออแพร์อเมริกากับยุโรป ไว้เป็นแนวทางในการตัดสินใจ
*** เพิ่มเติมนิดหน่อย ยุโรปบางประเทศระยะการทำงานได้แค่ 1 ปี เมื่อหมดสัญญาแล้วสามารถหาโฮสต์ประเทศอื่นๆ ในยุโรปได้เช่นกัน ตามอายุและคุณสมบัติที่กำหนดไว้

*** ข้อมูลฝั่งยุโรปไม่ได้จำแนกไว้เป็นประเทศ น้องๆ สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับประเทศที่เลือกไปได้จากอินเตอร์เน็ต ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละประเทศค่ะ


                                                               คลิกที่่ภาพเพื่อขยาย